สามทุ่มสิบห้าเวลาเธอตาย (6)

4 วันผ่านไป เพื่อนที่ทำงานเริ่มทักว่าทำไมหน้าตาดูหมองๆ รุจมองตัวเองในกระจกแทบไม่อยากเชื่อ ขอบตาคล้ำ หน้าโทรมแค่ 4 วันเองนะเมิง รุจบอกตัวเองในกระจก lynblue89 เพราะจ้องได้แค่กลางวัน กลางคืนไม่กล้า กลัวมีคนมายืนข้างๆ


ขณะกำลังเครียดไลน์ก็เด้งขึ้นมา
Grain : ทนหน่อยนะแก อีกวันเดียว
Ruji : เออ แม่มเครียดจะแย่: ต้องมาพะวง : กับเรื่องที่ไม่รู้ว่าจริงไม่จริง : จะลองของ ก็ไม่กล้า : หวังว่าคืนนี้ทุกอย่างจบอย่างที่แกบอกนะเว้ย

Grain : ถ้าไม่อยากเสี่ยงก็มาเล่นเว็บคาสิโนที่ดีที่สุด lynblue89 (ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลัก)

รุจพิมพ์ไลน์ตอบ (ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมชอบพิมพ์สั้นๆ หลายๆ ข้อความ แทนที่ยาวๆ ทีเดียว)

วันนั้นรุจออกจากออฟฟิศตั้งแต่ 5 โมง
หันไปมองนาฬิกา 20.09 น.เหลือเป็นชั่วโมงถมถืด รอแป๊บ คว้าเงินไป 200.- รีบลงไปซื้อที่ 7/11 เบียร์สักป๋องละกัน

เพื่อความปลอดภัย ซื้อเสร็จก็รีบกลับขึ้นห้องทันที เรื่องไรจะลีลา ต้องเซฟตัวเองไว้ก่อนอีกวันเดียว
เข้าลิฟท์กดปั๊บ ชั้น 15 ลิฟท์ขึ้นช้าๆ 1…2.. 3… 9 แล้วมันก็ค้างที่เลข 9 ในลิฟท์ก็มืดพรึ่บ!

กระป๋องเบียร์หล่นจากมือดัง แก๊ง ซวยเช็ด! รุจหน้าเสีย… เชี่ย!! มาค้างอะไรวันนี้วะ!?

แถมลงมาตัวเปล่าอีกต่างหากโทรศัพท์ก็ไม่มี นาฬิกาก็ถอดไว้ด้านบน นี่มันกี่โมงกี่ยามเนี่ย มืดก็มืด
มือก็กดปุ่มรัวยิกๆ ตะโกนใส่โฟนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา รุจตะโกนเสียงดังจนเหนื่อยลิฟท์ก็ยังนิ่ง
ไม่มีสัญญาณความช่วยเหลือ รู้สึกอึดอัดหายใจไม่สะดวกอีกต่างหาก

ในความมืด รุจนั่งลงค่อยๆ คิด ตอนลงมาซื้อของกี่โมง (วะ) น่าจะประมาณ 20.10 น. ไปกลับ 7/11 ไม่เกิน 15 นาที
รวมเป็นเท่าไหร่ (วะ) โอ้ย คิดไม่ออก ตีไปสองทุ่มครึ่งละกัน แสดงว่าตอนนี้ประมาณไม่เกิน 20.40 น.

เหลือครึ่งชั่วโมงก็สามทุ่มสิบห้านี่หว่า!? ไม่น่าลงมาเลย ซวยแล้วมั้ยล่ะ ทำยังไงดีวะลองงัดประตูดีมั้ย ไม่ได้ๆ เหมือนเคยอ่านจากในพันทิปรีบเผ่นกลับห้อง แต่เกรนก็ยังกลับมาก่อนอยู่ดี ทั้งสองซื้อของกินมาฉลอง
ความกังวลตลอดอาทิตย์กำลังจบลง ส่วนเกรนหนักกว่าเกือบปี นั่งคุยกันอยู่สักพัก รุจจึงบอกว่าจะไปซื้อของกินมาเพิ่ม
ว่าติดลิฟท์ห้ามงัดเอง ให้รอความช่วยเหลือ แต่ที่แน่ๆ ประตูลิฟท์กับผนังด้านหลังเป็นสแตนเลสเงาวับเชียวนะ (เมิง)

ในความกระสับกระส่ายถึงแม้รุจจะบอกตัวเองว่าต้องรอด ถึงกับนั่งนับเลขเป็นวินาที นับไปได้ 900 กว่า วิฯ จึงนั่งลงที่พื้นก้มหน้าซุกเข่า
เผื่อเหลือเผื่อขาด นับผิดไปงานจะเข้า แต่ความเป็นจริงมันน่ากลัวกว่าเยอะ เพราะทั้งมืด อยู่ตัวคนเดียว ติดต่อใครก็ไม่ได้
และไม่แน่ อาจจะมีใครบางคนยืนส่ายศีรษะไปมาอยู่ใกล้ๆ แค่คืบ 2 คืบก็ได้

คิดแง่ลบจบ ใจก็เต้นดังกว่ากลองสะบัดชัย…

กลับสู่หน้าหลัก

Leave a Reply

Your email address will not be published.